62

เริ่มต้นการเดินทางที่จะพาทุกคนไปพบประสบการณ์ใหม่ จากสนามบินดอนเมือง สู่สนามบินเชียงใหม่

50

มาเชียงใหม่ครั้งนี้ลองเปลี่ยนที่นอนค่ะ ครั้งก่อนๆที่มาจะชอบไปนอนที่ชยยลตรงนั้นเงียบสงบดี แต่เสียตรงที่เรียกรถยากมาก คราวนี้เลยนอนที่นิมมานแล้วกัน ง่ายๆดี

63

โรงแรม room no.7 ตั้งอยู่นิมมานซอย 7

53

เอาไว้เป็นข้อมูลสำหรับคนกรุงเทพมาเชียงใหม่ ที่นี่ก็ดีนะ สะอาดและใหม่

58

ห้องน้ำเก๋ๆ

56

ระเบียงห้องตรงกับร้านรัสติคแอนด์บลู นี่คืออีกเหตุผลที่มาพักที่นี่ คือเพื่อนชอบกาแฟร้านนี้มากกกกก

51

เมื่อถึงวันงานก็ตื่นแต่งตัวกันตี5 ออกจากโรงแรมราวๆหกโมงนิดๆ
(เพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงแรมนี้อยู่ตรงไหนอย่างไร ลองไปดูในนี้แล้วกัน https://www.facebook.com/RoomNo7Hotel )

01

วันนั้นมีเพื่อนมารับที่โรงแรมและไปส่งตรงไหนคือเรียกไม่ถูกจริงๆ รู้แต่เป็นจุดพักดื่มน้ำที่เลยครูบาฯไปแล้ว

03

เมื่อลงรถ ก็ยืนกับเพื่อนงงๆ คือเราต้องเดินหรือต้องนั่งรถ หรือจะยังไงดี สรุปเอาเป็นว่า ยืนดูแล้วถ่ายรูปชิลล์ๆตรงนี้แล้วกัน

04

เราบอกเพื่อนที่กทม.ว่า วันนี้เราจะมางานรับน้องขึ้นดอยที่มช. ทุกคนดูกรี๊ดกร๊าดและอิจฉากันเล็กๆที่เราจะมาเจอหนุ่มๆสาวๆหน้าใส เราก็เออ…เดี๋ยวถ่ายรูปมาฝากนะ

05

แต่พอเรายืนดูกันสักพัก เราว่าเราได้อะไรมากกว่าความสวยหล่อที่เพื่อนๆเรารอดูกัน

06

มันคือความน่ารักที่เราไม่ค่อยได้เห็นในกรุงเทพ

07

มันคือรอยยิ้มที่สัมผัสได้ถึงความจริงใจ

08

การชูสองนิ้วให้กล้องอย่างเป็นธรรมชาติ

10

พี่ขอโทษที่ทำน้องหลุดเฟรม 55

11

รอยยิ้มของน้องๆมชทำไมช่างดูจริงใจขนาดนี้ แม้จะเหนื่อยแทบแย่ แต่ก็หันมายิ้มให้กล้อง

12

ทุกคนคือความใสแบบไม่มีจริตจะก้าน

13

เหนื่อยแต่ก็ต้องสู้

14

แล้วความประทับใจก็ก่อตัวขึ้นเรื่อยๆ

15

ท่ามกลางรอยยิ้ม ความตั้งใจก็มีมากไม่แพ้กัน เพราะนี่คือระยะทาง 11 กิโล

16

บางคนก็ขึ้นรถแดงกัน คิดว่าน่าจะเป็นกลุ่มรุ่นพี่

18

ผลัดกันให้กำลังใจ

20

เราอยู่ด้านล่างสักพักก็ขอขึ้นไปด้านบนบ้าง แต่ว่านั่งรถแดงนะ และนี่คือความอิ่มใจที่เริ่มก่อตัวขึ้น

22

ยอมรับตามตรงว่า เราไม่เคยเห็นโมเม้นท์แบบนี้เลย เริ่มขนลุก

21

กวางสัมผัสได้ถึงความสามัคคีและพลังของคนหนุ่มสาวที่ชวนทำภารกิจเดียวกันให้สำเร็จ บางคนเหนื่อย บางคนท้อ พี่ๆไม่มีตะโกนหรือเสียงดังดุด่าใส่ แต่พี่ๆเพื่อนๆต่างให้กำลังใจด้วยคำต่างๆมากมาย ซึ่งความหมายของคำเหล่านั้นคือ “เราจะเดินไปด้วยกัน”

47

จนมาถึงจุดที่ทำให้เราขนลุกอีกครั้งกับจุดโค้งสปิริต โค้งสุดท้ายก่อนจะถึงพระธาตุดอยสุเทพ กวางได้ยินมาว่าทุกคนซ้อมวิ่งเพื่อจุดนี้เพราะเป็นจุดที่ท้าทายจิตใจเป็นอย่างมาก เพราะต้องคิดว่าระยะทางทั้งหมด 11 กิโล นี่คือจุดที่เกือบจะปลายทาง แน่นอนว่าทุกคนเดินมาไกลมาก มากพอที่จะหมดแรง แต่ด้วสปิริตที่เหมือนกับชื่อโค้งนี้ พวกเขาเลือกที่จะวิ่งและผ่านจุดนี้ไปพร้อมกัน ด้วยเสียงฝีเท้าและการกู่ร้องอย่างฮึกเหิมที่แฝงไปด้วยพลังสามัคคีที่ทุกคนส่งให้กัน

48

นี่คือพลังที่น้องๆทุกคนจับมือแล้ววิ่งไปด้วยกัน โดยไม่มีใครล้มแม้แต่คนเดียว มันเป็นสิ่งที่กึกก้องในใจเรามากๆ

30

นี่คือจุดหมายหนึ่งเดียวที่น้องๆทุกคนตั้งใจเดินทางมาร่วม 11 กิโล สำหรับกวางแค่ขึ้นมาจากบันไดข้างล่างก็เหนื่อยมากแล้วค่ะ แต่สำหรับน้องๆ ภาพต่อไปคือช่วงเวลาที่พวกเขาน่าจะจดจำไปตลอดชีวิต

28

ประเพณีรับน้องขึ้นดอย

32

เราจะเดินไปด้วยกัน

31

เราจะดูแลกัน

33

เราอยู่ด้วยกัน

29

มันคือความทรงจำที่พวกเขาจะเล่าต่อให้ลูกหลานฟัง

24

กว่าจะมีภาพรวมกันแบบนี้ ต้องเดินกันมาถึง 11 กิโล

26

ความสมบูรณ์แบบของการรับน้อง คือการที่ทุกคนมีรอยยิ้มให้กัน แม้กระทั่งมีให้กับคนที่ไม่รู้จักอย่างเรา

25

คือความน่ารักของการรับน้อง

36

ที่ทุกคนเหนื่อยจนแทบจะเดินไม่ไหว แต่ไม่เป็นไร..เธอยังมีเรา

37

อีกสิบหรือยี่สิบปีข้างหน้า เมื่อนึกถึงวันนี้อีกครั้ง นี่แหละคือภาพของความทรงจำ

46

การมีภาพที่ติดลบกับการรับน้อง มันเปลี่ยนไปตั้งแต่วันนี้ที่เราได้มาเยือนที่นี่

45

ขนาดพิมไปยังรู้สึกถึงวันนั้นอยู่เลย มันอิ่มใจมากจริงๆ

42

ทุกคนเหนื่อย แต่ทุกคนยังยิ้มได้ มหัศจรรย์ใจค่ะ

44

เก่งมากๆเลยน้อง

38

เราไม่รู้หรอกว่าใครคณะอะไร จนกระทั่งเห็นป้ายแบบนี้ เรารู้แค่ว่า..

39

ทุกคนคือ มช

40

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

34

กับประเพณีรับน้องขึ้นดอย ที่เปลี่ยนความคิดเราไปตลอดกาล

49

ระหว่างนั่งรถกลับ กวางกับเพื่อนได้เจอกับน้องคนนี้ เธอมากับเพื่อนอีกคนนั่งฝั่งตรงข้าม เราประทับใจน้องมากๆค่ะ เป็นนักศึกษาชั้นปีที่4 คณะศึกษาศาสตร์ เราชวนคุยกันไปตลอดทาง น้องมีท่าทีที่ไม่เคอะเขิน มีไหวพริบแต่ก็มีความอ่อนน้อมอยู่ในตัว เราสัมผัสได้ถึงความบริสุทธิ์ใจในบทสนทนาชนิดที่ว่า เหมือนเราไม่ค่อยได้เจอแววตาใสๆที่ดูจริงใจกับคำพูดฉะฉานแบบนี้มานานเหลือเกิน เราถามน้องว่า “คณะนี้เรียนไปเพื่อไปเป็นอะไร” น้องบอกเราว่า “หนูเรียนเพื่อจะกลับไปเป็นครูที่บ้านเกิดค่ะ” นี่แหละค่ะ คุณค่าของจิตใจที่เราสัมผัสได้ การเรียนเพื่อเป็นครูเพื่อกลับไปพัฒนาบ้านเกิด ไม่ได้นำไปเป็นใบประดับหน้าตาแต่อย่างใด

ประทับใจจากใจจริงๆค่ะ

ขอจบด้วยคลิปวีดีโอนี้ค่ะ คลิกที่นี่ เราไปสัมผัสบรรยากาศจริงๆมา แล้วกลับมาเจอคลิปนี้น้ำตาคลอเลย

และขอขอบคุณมหาวิทยาลัยเชียงใหม่นะคะ กวางและเพื่อนไม่ได้จบที่นี่ค่ะ เรามาในฐานะนักท่องเที่ยวที่ไม่ได้คาดหวังอะไรมากกับการมาเที่ยวชมงานครั้งนี้ แต่กลับกลายเป็นว่า การเปิดใจมองดูน้องๆทุกคนที่เดินผ่านหน้า รอยยิ้มที่มีให้กัน ภาพความเป็นห่วงเป็นใยที่เพื่อนๆมีให้ ทำให้เราสัมผัสได้ว่า นี่แหละค่ะคือคุณค่าของการรับน้อง

และสุดท้ายภาพที่ถ่ายทั้งหมดนี้ถ้าน้องๆคนไหนได้มาเห็นอยากจะเซฟรูปกลับไปเชิญได้เลยนะคะ พี่ถ่ายมาให้น้องๆเก็บไว้ให้ลูกให้หลานดูเป็นเรื่องเล่าให้วันต่อๆไปค่ะ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s