NEW NORMAL NEW JOURNEY ปรับตัวแบบไหนให้ไปรอด

ใครจะรู้ว่า.. อยู่ดีๆก็ต้องมา NEW NORMAL กันทั่วโลก เรื่องแบบนี้ต่อให้เป็นนักคาดการณ์ที่เก่งกาจแค่ไหน ก็ไม่มีใครคิดได้ ว่าทุกคนจะต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน และเหมือนกันชนิดที่ว่า ชาติ ภาษา ความจน ความรวย ปัจจัยที่เคยเป็นตัวแปรต่างๆมามากมาย สุดท้ายก็ไม่มีความหมายเท่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ที่มันเป็นเรื่องถึงชีวิต!

ความเป็นความตายในสถานการณ์แบบนี้ ทำให้คนรักชีวิตกันยิ่งกว่าข้าวของที่หากันมา การใช้ชีวิตเลยต้องเปลี่ยนไปแบบพลิกฝ่ามือ พูดง่ายๆว่า เคยเป็นคนสกปรกแค่ไหน ตอนนี้สะอาดจนคนที่บ้านตกใจเลยก็มี เพราะเราทุกคน ก็รักชีวิตเหมือนๆกัน NEW NORMAL เลยเกิดขึ้นในชีวิตเราทุกย่างก้าว ยิ่งพาร์ทของการทำงาน ไม่ว่าคุณจะเป็นระดับหัวหน้า เจ้าของ ลูกน้อง ทำงานรับจ้าง หรือนอนอยู่บ้านเฉยๆ การปรับตัวเริ่มขึ้นนับหนึ่งใหม่ไปพร้อมๆกัน และที่สำคัญ ใครเร็วกว่า เข้าใจกว่า คนนั้นกระทบน้อยสุด!

การยึดติดกันในรูปแบบเดิมๆ มีมายเซ็ตแบบเดิม ฟันธงได้ล้านเปอร์เซ็นต์ว่า วันนี้คุณจะไม่ได้อยู่ที่เดิมอีกต่อไป แต่คุณจะถอยหลังจนไม่มีที่ยืน! หลายกิจการที่กำลังช็อกกับวิกฤติการปรับตัวในครั้งนี้ เลยยังไม่ทันจะเตรียมใจทำอะไรกันได้ทัน ซึ่งเข้าใจดีว่า ภาระหนี้ที่เริ่มก่อตัวสูงขึ้นแบบหลักวัน รายได้ที่ไม่เข้ามาแบบหลักนาที อีกทั้งองค์ความรู้ที่เป็นคลังสมอง ไม่ได้มีมากพอ มันจอดและดับไปดื้อๆก็คราวนี้เลย

หนทางการไปรอดในสถานการณ์ใหม่แบบนี้ “มุมมอง ทัศนคติ หัวใจ” สามอย่างนี้จะเป็นตัวขับเคลื่อนสิ่งที่เรากำลังทำได้ชัดมากที่สุด ว่าคุณจะอยู่ในสเต็ปไหน “ไปรอด ไปได้ ไปได้ไกล” คุณจะไปได้ถึงสเต็ปไหนกัน

NEW NORMAL NEW JOURNEY บทเรียนบทใหม่แห่งการเรียนรู้ เพื่ออยู่รอดในพาร์ทของการทำงาน 

คุณคือใคร ตอบตัวเองให้ได้ก่อนแล้วไปต่อในบรรทัดต่อไป

Chef cooking food in the restaurant kitchen

  1. คุณคือเจ้าของธุรกิจ

ก่อนอื่นต้องขอปรบมือให้ดังๆ ถ้าคุณคือเจ้าของธุรกิจ และเสียงปรบมือในครั้งนี้ คือกำลังใจให้คุณค่ะ เรามั่นใจได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ช่วงเวลาที่ผ่านมา มันไม่ง่าย ที่หนี้เก่ายังไม่หาย หนี้ใหม่ก็เกิดขึ้น จิตใจคุณยังไม่ค่อยปกติเท่าไหร่ เพราะต้องแบกรับความรู้สึกและปัญหาของตัวเอง แล้วพอหันไปเห็นหน้าลูกน้องเมื่อไหร่ คุณเห็นใจพวกเขา กลืนไม่เข้า คายไม่ออก กระอักกระอ่วนแบบไม่รู้จะไปต่ออย่างไร การจำใจที่จะทำในสิ่งที่ไม่คิดว่าจะทำ มันง่ายซะที่ไหนที่ต้องตัดสินใจ

ถ้าเหตุการณ์ในข้างต้นทั้งหมดนี้ เป็นสิ่งที่คุณกำลังเจอ สิ่งที่จะแนะนำให้ทำได้ทันที คือ คุณต้องมีสติให้มาก ใจนิ่งๆไว้ ทุกอย่างเกิดขึ้น เพื่อเป็นบทเรียนบทใหม่ ในภูเขาลูกใหม่ที่คุณต้องขึ้นไปพิชิตอีกครั้ง

ด้านการเงิน ที่มีหนี้เก่าและใหม่ไปมากน้อยเท่าไหร่ จดมาอย่างละเอียด ดูช่องทางของเรื่องเงินมีทางไหนที่ผ่อนปรนเยียวยาได้บ้าง และสำคัญที่ว่า คุณลองคาดการณ์ถึงระยะเวลาที่ต้องปลดหนี้ คุณใช้เวลานานเท่าไหร่ในศักยภาพการปลดหนี้ของคุณ อีกด้านที่ต้องดูว่าในตอนนี้ อะไรที่พอจะลดค่าใช้จ่ายคุณให้คล่องตัวมากขึ้น คิดซะว่าคุณกำลังอ้วนแล้วใส่กางเกงตัวที่คับมากอยู่ ลีนยังไงให้ไปได้คล่องตัว อันนี้สำคัญ

ด้านบุคลากร ในขั้นตอนนี้พูดให้เข้าใจง่ายที่สุด ใครอยู่ใครไป คุณต้องเลือกให้ถูกคน แน่นอนว่า มันเป็นสิ่งที่จำใจมากที่สุดในการปลดคนออกจากงาน ทุกคนคือฟันเฟืองที่ทำให้หลายภารกิจก้าวมาได้ถึงตอนนี้ แต่เราอยากให้คุณคิดใหม่ว่า ในเมื่อเส้นทางไม่ใช่เส้นทางเดิมอีกต่อไป ในพาร์ทใหม่ที่จะเกิดขึ้น คุณคิดว่า ตำแหน่งงานไหนที่ไปต่อได้ในเส้นทางใหม่ , ศักยภาพคนไหนที่สามารถปรับตำแหน่งให้เหมาะสมกับเส้นทางใหม่ได้ เพราะเชื่อมากๆว่า มีหลายคนอยู่ไม่ถูกงาน หรือมีทักษะอื่นๆที่ซ่อนอยู่ ยิ่งพวกใจสู้ ขยัน หัวเร็ว คนประเเภทนี้ผลักดันให้ไปในเส้นทางใหม่ได้ไม่ยาก

ด้านเป้าหมาย คงไม่ใช่ระยะเวลา 3 ปี 5 ปีที่จะต้องมาคุยกันเรื่องแผนการณ์ ว่าเราจะเอายังไงกับธุรกิจ ในตอนนี้เรียกว่า ต้องคุยกันทุกวัน มอนิเตอร์กันวันต่อวัน และวางแผนกันระยะสั้นๆว่า คุณต้องไปให้รอดในตอนนี้อย่างไร แนะนำให้ตั้งเป้ากันเป็นรายเดือน วัดผลรายสัปดาห์ มอนิเตอร์กันรายวัน คุณทำแบบนี้ต่อเนื่องกันสัก 2-3 เดือน เดี่ยวเส้นทางใหม่มันจะชัดขึ้นเรื่อยๆ ว่าคุณจะไปทางไหน หรือถ้าใครชัดตั้งแต่ตอนนี้เลยก็ไม่ผิด คุณลุยได้เลยว่า สิ้นปีนี้คุณจะไปอยู่ในจุดไหน และอีก 3 ปีข้างหน้าคุณคือใคร แต่แน่นอนว่า การทำอะไรเก่าๆ ใช้ไม่ได้กับเส้นทางนี้แน่นอน แต่ถ้าคุณบอกว่า ก็ตัวตนเราเป็นแบบนี้ทิ้งไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นในเส้นทางใหม่ คุณต้องเพิ่มเติม ทั้งเรื่องบริการใหม่ๆ ทักษะคนใหม่ๆที่คุณต้องสอนลูกน้อง สินค้าใหม่ๆที่รองรับในเส้นทางใหม่ ลิสมาได้เลยค่ะ อะไรใหม่บ้างในข้อนี้

หาเงินอย่างไร การหาเงินในรูปแบบเก่า แน่นอนว่ามันไม่เวิร์ค แล้วแบบใหม่ต้องไปต่ออย่างไร คุณมองเห็นช่องทางการหาเงินใหม่ๆแล้วหรือยัง ตั้งต้นให้ง่ายๆ คุณศึกษาและเข้าใจในพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของลูกค้าคุณแล้วหรือยัง พวกเขาคือคนกลุ่มไหนคุณต้องเข้าใจชัด และในตอนนี้รวมถึงอนาคต คุณต้องเป็นพ่อหมอที่มีข้อมูลเก่าอยู่ในมือ จงใช้เซ้นท์แม่นๆของคุณ บวกกับฐานข้อมูลที่อยู่ในมือ อะไรบ้างที่เป็นโอกาส คุณจะเห็นชัดมากที่สุดในตอนนี้ รู้แล้ว ลุยได้เลย!

บทบาทการเป็นเจ้าของที่เปลี่ยนไป คุณคงไม่ใช่หัวหน้าคนเดิม เจ้านายคนเดิม หรือบอสคนเดิมของลูกน้องคุณแล้ว บริบทใหม่ในเเส้นทางใหม่นี้ คุณต้องเข้าใจบทบาทของคุณดี คุณไม่ใช่แค่คนออกคำสั่ง แต่คุณคือหนึ่งในฟันเฟืองที่ผลักดันทั้งเป้าหมายคุณเอง และคนในองค์กรให้เชื่อมั่นให้ได้ว่า เส้นทางและวิธีที่คุณค้นพบ มันใช่และไปต่อได้แบบไม่มีผิดแผน หรือแม้จะผิดแผน คุณก็จะอยู่ข้างๆพวกเขาไปแบบไม่ไปไหน เพราะคุณต้องเข้าใจให้ชัดว่า เส้นทางใหม่นี้ ยังคงเป็นบทเรียนใหม่มากสำหรับคนทำงาน ความรู้หน้าใหม่ยังไม่ทันได้เรียนรู้ ก็ต้องถูกเอามาใช้ก่อน เรื่องแบบนี้อาจทำให้คนทำงานไม่มั่นใจ คุณในฐานะหัวหน้า คุณต้องสร้างความมั่นใจและอยู่เคียงข้างพวกเขา ความรู้ ทักษะอะไรใหม่ๆ คุณต้องอัดแน่นให้พวกเขาแบบไม่ลังเล และต้องทำให้พวกเขามั่นใจได้ว่า ไม่มีอะไรที่ดีไปมากกว่านี้ ในเส้นทางที่คุณให้พวกเขาเดินหน้าไปพร้อมกัน

พัฒนาทักษะของทีม ถ้าคุณคือหัวหน้าหรือเจ้าของ ตอนนี้คุณควรจะทราบแบบชัดเจนเลยว่า ทักษะไหนบ้างที่คุณต้องการจากคนในทีม ที่พร้อมจะขับเคลื่อนไปให้ถึงในจุดที่คุณวางไว้ ในจุดนี้เราขอให้คุณดูอย่างละเอียด และตรวจสอบสกิลพื้นฐานของคนที่มีอยู่ว่าไปได้แค่ไหน หากไปได้ทันทีให้เดินหน้าต่อทันที หากต้องเติมในเรื่องกำลังคน อาจจะลดสเกลลงมาให้เล็กพอเท่าที่คนที่มีจะทำไหว แล้วค่อยขยับไปต่อ หรือถ้าทักษะคนที่มีอยู่ไม่รองรับกับงานที่ทำ มองหาทีมซัพพอร์ทชั่วคราวไว้ได้เลย และระหว่างทางให้ทีมของคุณเรียนรู้จากการทำงาน หาเวลาเทรนด์เพิ่มเติม อย่าทิ้งให้พวกเขาไปงมหากันเอาเอง เพราะในเวลานี้ คุณคือแม่ทัพที่จะพาทีมไปให้ถึงฝั่งฝันได้ คุณต้องซัพพอร์ตทีมอย่างเต็มที่!

Group of people working out business plan in an office

   2. คุณคือ ลูกจ้าง

เราเข้าใจถึงสถานการณ์ตอนนี้อย่างที่สุด และรู้ว่าคุณคงยังไม่หายใจสั่นขวัญหาย ว่าแจ๊คพ็อตจะมาตกที่คุณหรือไม่ ทั้งการงดจ่ายเงินเดือนชั่วคราว การลดเงินเดือน หรือการโดนปลดฟ้าฝ่า ไม่ว่าข้อไหนไม่ได้อยากมีใครโดน แต่คุณจะรอดทุกประตูในวิกฤติแบบนี้ ถ้าคุณเริ่มปรับตัวเองได้เร็ว

คุณทราบดีว่าต้องช่วยองค์กรอย่างไร เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่ได้อยู่ในภาระความรับผิดชอบของคุณค่ะ แต่ถ้าวันนี้คุณมีไอเดีย และเดินไปบอกหัวหน้าได้ว่า ในตอนนี้บริษัทควรทำอะไรเพิ่มเติม และคุณก็สามารถช่วยได้ อย่างเช่น ถ้าคุณทำงานอยู่ในธุรกิจอาหาร โดยปกติแล้วคุณทำงานเป็นกราฟฟิคดีไซเนอร์ แต่ในช่วงนี้เมื่องานลดลง คุณว่างจนไม่มีอะไรทำ คุณเดินไปเสนอหัวหน้าว่า “ทำดิลิเวอรี่กันไหมครับ แตกไลน์อาหารเพิ่ม ผมจะขับรถส่งอาหารให้เอง” ภายใต้วิกฤติ ไม่จำเป็นต้องเป็นตำแหน่งใหญ่เท่านั้นที่จะคิดเรื่องพวกนี้ มดงานทรงพลังในองค์กร ทุกคนมีสิทธิที่จะช่วยเหลือกันได้ เพราะเมื่อไหร่ที่เกิดการระดมสมอง คนทำงานบางทีรู้ดีกว่าหัวหน้างาน อาจจะแก้ปัญหาได้ตรงจุดเลยก็ได้ และเมื่อบริษัทไปได้ คุณก็ไปต่อได้เช่นกัน

เพิ่มทักษะตัวเอง เราคงไม่วิงวอนรอคอยให้ใครพาเราไปอัพเลเวลอีกต่อไป อยากเก่งคงต้องขวนขวาย อยากไปรอดต้องเพิ่มพูนให้ตัวเอง คนที่สะสมวิชาความรู้ไว้มาก เจอวิกฤติแบบนี้พวกเขาไม่เคยกลัว เพราะมันเจ๋งสุดๆที่พวกเขาได้งัดวิชาที่สั่งสมมานาน ถึงเวลาได้ใช้สักที ต่อให้หนักเหนื่อยแค่ไหน นี่คือความท้าทายที่มั่นใจได้เลยว่า ถ้ารอดเราจะคือผู้ที่แกร่งกล้าและได้วิชาอีกมากมายติดตัว แต่สำหรับคนที่มีทักษะไม่มากพอ ก็อย่าได้ท้อ คุณต้องฝึกหัดเพิ่มสกิลแบบด่วนๆ ผ่านการฝึกง่ายๆจากยูทูป อ่านจากหนังสือ หรืออาศัยการคิดค้นฝึกฝนด้วยตัวเอง คิดง่ายๆว่า ถ้าคุณไม่หยุดซะอย่าง ก็จะไม่มีอะไรมาหยุดคุณได้แน่นอน!

ไม่ทำแค่อาชีพเดียวอีกต่อไป ประโยคที่ว่า เราไม่ควรมีแค่กระเป๋าเดียว เราได้ยินมานานมาก และตอนนี้ก็เช่นกันแนะนำให้มีมากที่สุดเท่าที่เราจะรับผิดชอบได้ เพราะต่อให้คุณอยู่ในองค์กรใหญ่แค่ไหน คุณมีสิทธิที่จะหล่นตุ้บเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ มันเป็นไปได้ทั้งนั้น แต่ถ้าคุณมีอาชีพสำรอง อาชีพของครอบครัว ธุรกิจที่หุ้นกับเพื่อนไว้ หรือสิ่งที่คุณทำเองคนเดียว ความสามารถเหล่านี้ เพิ่มเงินให้คุณได้หายหวาดเสียวไปเยอะ บางคนทำงานอยู่ออฟฟิต แต่มีธุรกิจขายกระเป๋าแบรนด์เนม ขายคุ้กกี้ เสาร์อาทิตย์เปิดร้านกาแฟ แบบนี้ถ้าเจอวิกฤติ แน่นอนว่า โจทย์ที่คุณต้องแก้อาจจะเยอะกว่าคนอื่น แต่ถ้าคุณมีแผนรองรับและปรับตัวได้ไว คุณจะได้เปรียบคนที่ทำงานเพียงอย่างเดียว เพราะไม่มีอะไรจะล้มพร้อมกันหมดได้ ถ้าคุณไม่หยุดที่จะคิดแม้แต่วินาทีเดียว

รู้จักเก็บเงินสำรองฉุกเฉิน เลิกอิดออดได้แล้ว กับการไม่เริ่มเก็บเงินสักที หรืออยากได้อะไรก็ซื้อแบบไม่คิด ถ้าคุณยังใช้ชีวิตแบบนั้นมาโดยตลอด มั่นใจได้เลยว่า ตอนนี้คุณจะรู้ซึ้งถึงคำว่าเงินสำรองยามฉุกเฉิน มันสำคัญแค่ไหน คงไม่ชะล่าใจกันอีกต่อไป เพราะวันที่คุณโดนปลดฟ้าผ่า เงินที่ไม่เคยเก็บไว้เลย คุณแทบจะล้มทั้งยืน เพราะต่อให้อยากทำอะไรก็จะไม่มีเงินไปต่อได้เลย

ทำแล้วได้อะไร ในเส้นทางใหม่แบบนี้ เราจะบอกว่าในบางสิ่งที่คุณต้องเลือกทำ อาจจะไม่ให้ผลตอบแทนเป็นเงินเสมอไป เราจึงอยากให้คุณตอบให้ได้ในทุกโอกาสที่เข้ามา คุณได้อะไรจากสิ่งที่กำลังจะเลือกทำ บางคนเลือกทำเพราะได้คอนเนคชั่น , บางคนเลือกทำเพราะได้ความรู้ใหม่ๆเพิ่มเติม , บางคนเลือกทำเพราะใช้ต่อยอดงานตัวเองได้ และยังมีอีกหลายเหตุผลที่ไม่ใช่เงินเสมอไปที่จะให้ในชีวิตของคุณ จงทำและเรียนรู้ชนิดที่ว่า เก็บทุกเม็ดไปต่อยอด!

3704357

3. คุณคือ ฟรีแลนซ์

ถ้าวันนี้คุณทำอาชีพอิสระหรือที่เรียกว่า ฟรีแลนซ์ ในสถานการณ์แบบนี้ถ้าคุณไม่มีลูกค้าประจำ ก็น่าจะเหนื่อยอย่างสาหัส ดิ้นรนเพื่อให้ไปต่อกันเดือนต่อเดือน แต่ถ้าคุณสายป่านยาว หลากหลายความสามารถ ช่วงวิกฤติแบบนี้ คุณจะได้ทดลองอะไรอีกมาก จนเผลอๆเปิดรับจ้างในพาร์ทใหม่ๆได้เลย

คุณมีความสามารถอะไรบ้าง ในข้อนี้แนะนำให้ลิสออกมาให้ได้ครบถ้วนมากที่สุด เอาจนคิดไม่ออกแล้วว่าตัวเองทำอะไรได้อีก ทั้งด้านการทำงาน ชีวิตประจำวัน หรือสิ่งที่อยากทำ ในช่วงเวลาแบบนี้ ความสามารถที่หลากหลายทำให้เราไปต่อได้ไม่ยาก แม้แต่การตำน้ำพริกขายก็สร้างรายได้ก้อนงาม , การเปลี่ยนไปขับรถส่งของก็สร้างรายได้ครึ่งแสนมาแล้วก็มี จงดูสิ่งรอบตัวและดูตัวเอง อะไรที่พอจะทำแล้วสร้างอาชีพ สร้างรายได้ได้ทันที ไม่ต้องลังเลที่จะเริ่ม ให้ลองทำและพิสูจน์ในสิ่งที่ทำว่า คุณทำได้ดีแค่ไหน จากนั้นค่อยพัฒนางานที่คุณรับผิดชอบอยู่ ถ้ามันเกื้อหนุนกัน ก็เสริมให้งานคุณมีอีกฟังก์ชั่นในการขายงาน แต่ถ้าไม่ไปในทางเดียวกัน แยกมาอีกไลน์เลยก็ได้ เพราะสุดท้ายคือคุณจะได้เงินในทุกช่องทาง และไม่มีเพียงกระเป๋าเดียว

เพิ่มทักษะ รู้จักคนเพิ่ม ไม่อายที่จะเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ ความกล้าคือคีย์เวิร์ดสำคัญในสถานการณ์นี้ คุณกล้าแค่ไหนที่จะปรับตัวเองและทำอะไรใหม่ๆ ถ้าคุณยังมีอีกมากมายที่ยังไม่รู้ คุณกล้าที่จะเรียนรู้ในตอนนี้ทันทีหรือไม่ และการเข้าหาผู้คนในสังคมใหม่ๆเพื่อคอนเนคให้เกิดอะไรใหม่ๆได้มากมาย คุณกล้าไหมที่จะทำ เรื่องแบบนี้ฟรีแลนซ์ต้องกล้า เพราะถ้าคุณกล้าจะเท่ากับคุณจะได้เติบโตเพิ่มขึ้นไป ไม่หยุดที่เดิม

คิดบริการใหม่ให้รองรับในตอนนี้ NEW NORMAL ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ชั่วคราว แต่วิถีใหม่ในเรื่องเดิมๆ เกิดขึ้นอย่างถาวรในยุคที่เปลี่ยนไป การไปต่อของคุณ อย่าลืมกลับมาตรวจสอบบริการที่มีอยู่ คุณทำได้ครบถ้วนเพื่อรองรับธุรกิจในตอนนี้หรือไม่ เพราะอย่าลืม ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว! การคงอยู่ในบริการเดิมๆไปต่อได้จริง แต่การคิดพ่วงในบริการ หรือเสริมอะไรสักอย่างให้เท่าทันยุคสมัย จะทำให้ลูกค้ายังอยู่กับคุณ เขาไม่ไปจ้างคนอื่นแน่นอน ถ้าคุณพร้อมแบบที่เขาไม่ต้องมองหาใครมาเพิ่ม

เมื่อเกิด NEW NORMAL ที่นำพาซึ่ง NEW JOURNEY ทั้งหมดที่เราได้ว่ามานี้ เอาเข้าจริงไม่ว่าคุณจะรับบทบาทไหน เอาไปปรับใช้ได้ทั้งหมด และรับรองว่าคุณคือผู้ได้ไปต่อ แต่จะได้แค่ไหนมันอยู่ที่ว่า คุณมองเส้นทางนี้ไกลแค่ไหน อยากไปให้ไกลชนิดว่าเป็นผู้นำในยุคใหม่ หรือเอาแค่นี้เพื่ออยู่รอด ตัวคุณเองที่จะตอบคำถามข้อนี้ได้ชัดเจน

สำหรับคนที่ยังท้อและคิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไร เราขอให้คุณรวบรวมความกล้า และออกมาจากกรอบเดิมๆ คิดเลยว่า อะไรที่คุณอยากทำและต้องทำเพื่ออะไร ตอบคำถามแค่สองข้อนี้ให้ได้ หลังจากนั้นใช้ความกล้าเป็นพลังแห่งการขับเคลื่อน เพราะถ้าอีกหลายคนทำได้ ทำไมคุณจะทำต่อไม่ได้ สถานการณ์แบบนี้ไม่มีใครอยู่เหนือใครไปมากเหมือนเมื่อก่อน รวย จน ขยัน ขี้เกียจ เสี่ยงเท่าๆกันหมด การไปต่อแบบไร้ข้อแม้ เลยดูท่าจะได้เปรียบที่สุดในเวลานี้

ขอบคุณทุกท่านที่อ่านมาจนถึงบรรทัดนี้

ไปต่อให้ดี วิ่งต่อให้ไว.

 

 

 

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: